ภูกระดึง ครั้งที่.. คิดถึง

ภูกระดึง คิดถึงจึงไปหา..

ไม่ได้ไป ภูกระดึง มาหลายปี ปีนี้อยู่ ๆ ก็รู้สึกอยากไป ประจวบเหมาะที่คุณแฟนใจดี เอาวันหยุดมาฝาก “ไปกันมั้ย เดินขึ้น -​ลง ก่อนปีใหม่” เลยโอเค ใจง่าย ไปก็ไป โพสต์ชวนเพื่อน ๆ พี่ ๆ ใน Facebook สักหน่อย แล้วก็มีเหยื่อ สว. หลงไปด้วย 2 คน

แผนการทริปนี้เราออกเดินทางเช้าวันที่ 26 ธันวาคม 2561 กว่าจะไปถึง อช. ภูกระดึง กับแวะกินข้าวเที่ยวเล่นนิดหน่อยก็ตกเย็นพอดี พอดีด้านล่าง อช. มีบ้านว่างนอนได้ 4 คนพอดีคืนละ 850 บาท อากาศเย็นแบบนี้หลับสบาย ๆ เลยทีเดียว
27-29 ธันวาคม เราจะเดินขึ้นเที่ยวบนยอดภูกระดึงนอนข้างบน 2 คืน และกลับลงมา เดินทางไปเที่ยวเชียงคาน นอนค้าง 1 คืนวันที่ 29 และวันที่ 30 ธันวาคม ค่อย ๆ เดินทางกลับเข้ากรุงเทพ เลี่ยงรถติด หากพอมีเวลาจะแวะเที่ยวงานดนตรียิปซีที่เขาใหญ่

ภูกระดึง-phukradueng-เที่ยวเลย
ไหน ๆ ก็มาเดินอีกครั้ง รอบนี้ขอแต่งสวยฟรุ้งฟริ้งสักหน่อย เพลิน ๆ คนมองตลอดทางทีเดียว

เหยื่อของเรารายนี้ ตอนแรกตั้งใจจะไปปีนฟูจิปีที่ผ่านมาด้วยกันนะ แต่เกิดขาเจ็บเลยไม่ได้ไปด้วย รอบนี้เลยได้มาลองเดินขึ้นเขาด้วยกันครั้งแรก ลองทายดูไหมคะว่าพี่ สว. อายุเท่าไหร่แล้ว..

ปิ๊งป่อง 62 ขวบปีเท่านั้นเอง สุดยอด จะไหวไม่ไหว พี่ก็ต้องไหว เพราะพี่จ้างลูกหาบแบกของพี่ขึ้นไปแล้ว ส่วนน้องขอแบกไปเอง ไม่มีของบนหลังเดินไม่ออก.. ^^” (ของบนหลังหนักเกินก็เดินไม่ออก เช่นกัน)

เริ่มเดินเวลาดี๊ดี 9.19 น. เดินรอ ๆ สว.ที่ซำแฮกนานนิดนึง (ซำแฮก เขาว่าเรียกแบบนี้เพราะกว่าจะเดินมาถึงก็หอบกัน แฮก ๆ กันทุกคน) กว่าจะตามมาทันกว่าจะโน่นนี่หมดไปเป็นชั่วโมง 555.. หลังจากซำนี้เลยไม่ได้รอเลยจ้า ปล่อย 2 สว. เดินหนุงหนิง รอกันไป ส่วนเราไปรับเต๊นท์ข้างบนก่อน แผ่นรองนอนเป่าลมพกมาเอง ถุงนอนพกมาเอง เสื้อกันหนาวเอามาเพียบ และที่ขาดไม่ได้ระหว่างเดินคือ แว่นกันแดด K2 แดดกลางวันมันเบาซะที่ไหนกัน หลังจากจัดการที่นอนแล้วเราก็เดินไปผาหมากดูกชมพระอาทิตย์ตกกัน ระหว่างทางก็ส่งข้อความทักทายหา สว. ทางนั้นเดินมาถึงลานกวางพอดี สว. ถึงตอน 5 โมงกว่า เดินซะคุ้มเลยจ้า.. เห็นแล้วก็อิจฉาที่พี่ ๆ เขายังเดินไหว ไม่รู้ตอนเรา 60 ขวบจะเดินขึ้นเขาไหวแบบพี่ ๆ เขาไหม?

ภูกระดึง-phukradueng-เที่ยวเลย
ระหว่างทางเดินไปผาหมากดูก เพื่อชมพระอาทิตย์ตกในวันแรก เกือบไปไม่ทัน มัวแต่แวะถ่ายรูปกัน

เช้าตรู่ทางเจ้าหน้าที่อุทยานนัดไว้ ตี5 พร้อมออกเดินทางไปผานกแอ่น ไปรอชมพระอาทิตย์ขึ้นกัน ได้นั่งข้างหน้ารอ รอ และรอ.. รอเป็นชั่วโมงแทบหลับ จนเกือบลุกเดินกลับ แต่ระหว่างรอ ๆ พระอาทิตย์ก็แหวกเมฆออกมาให้เราได้ชื่นชม สักพักใหญ่ก็แว๊ปหายเข้ากลีบเมฆไป เดินกลับทางลานพระแก้วไหว้พระก่อนสิ้นปีและทานอาหารเช้ากัน แน่นอนว่าต้องมาทานที่ร้านนัดพบ ร้านเก่าแก่ที่เปิดตั้งแต่ภูเปิด มาครั้งแรกก็ทานร้านนี้ จนวันนี้ไม่ได้มานานแล้วและเราก็ยังคงมาแวะทาน ป้าใจดีขาดเหลืออะไรก็หยิบยืมได้ อุ๊บ..

เราตั้งใจว่าวันนี้จะไปเช่าจักรยานกัน เพราะเมื่อวานเห็นมีคนปั่นจักรยานหลายคนเลยทั้งล้อเล็กล้อใหญ่ปั่นกันจนเย็นดึก แต่ก่อนทาง อุทยานฯ มีให้เช่าแต่ปั่นได้ถึงแค่ก่อนพระอาทิตย์ตก ฉะนั้นจะปั่นไปชมพระอาทิตย์ตกที่ผาหล่มสักไม่ได้ แต่ตอนนี้มีเจ้าหน้าที่มากมายคอยดูแล หลังพระอาทิตย์ตก ทางร้านเองก็แนะนำให้ใช้ล้อโตดีกว่า เลยเช่าจักรยานปั่นหลังจากชมพระอาทิตย์ตกที่ผาหล่มสักได้สบาย

ภูกระดึง-การเดินทางไปภูกระดึง
สนุกกับการปั่นบนภูกระดึงครั้งแรก >^-^<

แนะนำว่าถ้ามาครั้งแรกอยากเน้นชื่นชมน้ำตกให้เดิน แต่ถ้าเคยมาแล้วหรือไม่เน้นน้ำตกแต่อยากไปที่ผาหล่มสักเน้นพระอาทิตย์ตกกับแวะเที่ยวน้ำตกถ่ายรูปใบเมเบิ้ลแดงนิดหน่อยให้เช่าจักรยาน และจักรยานล้อโตคือคำตอบ ปั่นสนุกมากๆๆๆๆ ราคาขึ้นอยู่กับระยะทางว่าจะปั่นไปที่ไหน อย่างเราไปผาหล่มสัก ล้อโตจะอยู่ที่ราคา 410 บาทรวมถุงมือ 1 คู่ ส่วนล้อเล็กปกติจะราคา 360 บาทรวมถุงมือเช่นกัน แต่ถ้าหากเราปั่นไปแค่ผาหมากดูกทางร้านจะคิด 70 บาทเท่านั้น

วันนี้เราเที่ยวน้ำตก ชมใบเมเบิ้ลแดง และไปจุดชมวิวผาหล่มสัก ที่หลัก ๆ ที่ใคร ๆ ก็ต้องมาแทบจะเสต็ปเดียวกัน นอกจากจะมาน้อยคนและมาหลายวัน อาจจะเก็บรายละเอียดได้มากมายกว่านี้ แต่นุกนิกมาทีไรก็เป็นลำดับประมาณนี้ทุกครั้ง แค่ครั้งนี้เปลี่ยนจากเดินเป็นปั่นจักรยาน .. สบายไปเลย

ภูกระดึง-การเดินทางไปภูกระดึง
จุดชมวิว – ผาหล่มสัก – ภูกระดึง

คืนนี้หนาวน้อยกว่าคืนแรกนิดนึง เพราะฝนตกเบา ๆ พอให้ชุ่มฉ่ำและตื่นเต้น พอฝนตกไปแล้วกลายเป็นว่านอนไม่หนาวเท่าไหร่ อากาศดี และเช้ามาก็ยังมีฝน แปลกดีเหมือนกัน ฝนตกหน้าหนาวบนภู … และในวันที่เรากำลังจะเดินลง หลังจากคิดว่าไม่รอฝนหยุดแล้วดีกว่า เพราะมันตกเบา ๆ หยุด ๆ ตก ๆ ไม่หายสักที .. ก็ฟ้าใสซะงั้น

สว. ของเราเริ่มติดต่อสายการบิน หรือรถลากให้ลากพาไปส่งที่หลังแป ช่วยทุ่นเวลาและความเมื่อยล้าของ สว. ได้เป็นที่สุด สว.บอกว่า

“อายุปูนนี้แล้ว อะไรช่วยเซฟได้ก็ต้องทำหมดแหล่ะ” [จริงแฮะ ^^”]

ส่วนพวกเรานั้นยังท้าทายอยู่ขอเดินตามสายการบินไปเรื่อย ๆ ..
โอ๊ะ โอ ยิ่งเดินยิ่งห่าง สายการบินเขาบินเร็วจริง ๆ ขนาดมี สว. อยู่บนเครื่อง(รถลาก)ลำนั้นด้วยนะ สนนราคาอยู่ที่คนละ 200 บาทถ้วน คุ้มค่ากับการที่จะเก็บแรงไว้เดินลงเขาแน่นอน

เดินลงนั้นไม่ยาก แต่ต้องวิ่งแบบระวังเข่าพัง อย่ากระแทกแรง เก็บเข่าไว้ใช้กันต่อไปยาว ๆ ขาลงนี้แทบไม่ได้แวะเลยสักซำ เพราะอยากจะไปนอนเปลรอ สว. ข้างล่าง เพื่อออกเดินทางต่อไปที่เชียงคาน วันนี้เขามีถนนคนเดินด้วยนะ … นอนสักคืน แล้วค่อยเดินทางกลับ กทม.

แล้วพบกันใหม่ทริปหน้าจ๊ะ
#CatWalkTravel

Leave a Reply