เดินป่าหน้าฝน : การเดินทางไป เขาหลวงสุโขทัย ครั้งแรก

ครั้งแรกกับการเดินทางไปขึ้น เขาหลวงสุโขทัย

หลังจากหาข้อมูลแล้ว สรุปได้คร่าว ๆ เลยว่า การเดินทางไป เขาหลวงสุโขทัย เราสามารถมุ่งหน้าไปที่ อุทยานแห่งชาติรามคำแหง จ.สุโขทัย ใช้ Google map นำทางไปโลด หากต้องการลูกหาบต้องไปถึงเช้า ๆ หน่อย เดี๋ยวลูกหาบหมด ไม่มีจองล่วงหน้า ราคาอยู่ที่กิโลละ 25 บาทเท่านั้น

ที่ Camp สามารถทำอาหารได้ พกแก๊สกระป๋องไปใช้ได้ เราจะทำกินกัน 2 มื้อ คือ มื้อเย็น และมื้อเช้าวันรุ่งขึ้น แต่ละมื้อมี 3 เมนูง่าย ๆ ส่วนข้าวกลางวันจะซื้อจาก อช. ขึ้นไป และเช้าก็ทานที่ อช. เลย

เขาหลวงสุโขทัย-เขาหลวง-สุโขทัย-เดินป่า-เดินป่าหน้าฝน
ถ่ายภาพหมู่ก่อนออกเดินทาง ป่ะ ไปเมื่อยกันเถอะ

ก่อนเดินทางขึ้นติดต่อที่ อช. (อุทยานแห่งชาติ) และชำระเงินได้ที่นี่เลย ค่าใช้พื้นที่บริการคนละ 30 บาท มีมัดจำ 200 บาทต่อ 1 กลุ่ม ต้องนำถุงใส่ขยะกลับลงมาด้วย เมื่อนำกลับลงมาแล้วจะได้เงินมัดจำ 200 บาทคืน ค่าเช่าเต๊นท์และอุปกรณ์ต่าง ๆ สามารถเช่าและชำระเงินได้ที่นี่เลย และขึ้นไปเลือกเต๊นท์และรับอุปกรณ์ด้านบน สะดวกมาก ๆ สำหรับใครที่เช่าเต๊นท์ทาง อช. แนะนำให้ส่งม้าเร็วขึ้นไปจองเต๊นท์ก่อนนะคะ จะได้มุมวิวด้านหน้า สวยงามกว่าใคร แต่ถ้าไม่ได้ก็ไม่เป็นไรนะคะ มุมอื่น ๆ ก็หลับสบายเหมือนกันค่ะ

เขาหลวงสุโขทัย-เขาหลวง-สุโขทัย-เดินป่า-เดินป่าหน้าฝน
จุดชมวิวระหว่างทาง เห็นแล้วค่อยสดชื่นขึ้นมาหน่อย =^-^=

เราเดินทางกันคืนวันศุกร์ ถึงประมาณตีสอง นอนพักเอาแรงกันก่อน เช้าวันเสาร์ตื่นมาแพคกระเป๋าให้เรียบร้อย ทำธุระส่วนตัว จากนั้นไปทานข้าวเช้า พร้อมกันสั่งข้าวเหนียวหมูทอดคนละห่อ หมูนุ่ม ข้าวเหนียวนุ่ม ใช้ได้เลย แนะนำค่ะ ^_^

ตลอดเส้นทางในช่วงแรกจนกลาง ๆ ทางมีน้ำดื่มให้เติมให้ล้างหน้าล้างตา แต่ช่วงบน ๆ จะไม่มีแล้วนะคะ ประมาณกลาง ๆ ทางใครดื่มน้ำเยอะ แนะนำให้เติมไว้ให้เต็มเผื่อไว้ได้เลยค่ะ

เขาหลวงสุโขทัย-เขาหลวง-สุโขทัย-เดินป่า-เดินป่าหน้าฝน
ทางขึ้นเขาช่วงแรก ขึ้นอย่างเดียว สมคำร่ำลือเลยจ้า

ทางช่วงแรกจะขึ้น และขึ้น ขึ้นอย่างเดียว ขึ้นจนท้อ แต่พอถึงทางช่วงด้านบนก็ไม่ชันเท่าไหร่แล้วค่ะ จะเป็นทางเหมือนเดินป่าทั่วไปเลย เพลิน ๆ นิกใช้เวลาเดินขึ้นมาถึง Camp ประมาณ 4 ชั่วโมง เดินเรื่อย ๆ ถ่ายรูปไปด้วย พักไปด้วย แบกกระเป๋าขึ้นมาเองด้วย ปกติใช้เวลากันประมาณนี้กันค่ะ คนเดินขึ้นเร็ว ๆ หน่อยน่าจะใช้เวลาสัก 2 ชั่วโมงน่าจะได้ แต่ค่อย ๆ เดินกันดีกว่าค่ะ ระหว่างทางสวยงามเสมอ

ที่นี่จะมีคนมาซ้อมวิ่งเทรลกันเยอะมาก ๆ ตลอดทาง เสาร์ – อาทิตย์มี นักวิ่งหน้าตาดี วิ่งขึ้น ลง สวนกับเราไปมาพร้อมส่งยิ้มหวานให้ด้วย ~ สู้ ๆ ค่ะ

เขาหลวงสุโขทัย-เขาหลวง-สุโขทัย-เดินป่า-เดินป่าหน้าฝน
เจอผู้ หล๊อหล่อ ขอถ่ายรูปด้วย พอเรียกให้ตามมา ก็มา

ระหว่างทางระวังนะคะ ระวังเจอน้องหมาน่ารักตัวนี้ ไม่รู้ว่าชื่ออะไร เห็นลูกหาบคนหนึ่งเรียก “เป็ปซี่” ก็เลยเรียกตาม น่ารักและรู้ดีมาก ๆ ตามนักท่องเที่ยวทุกคน กล้ามขาหลังแข็งแรงมาก

เมื่อเราไปถึงที่ Camp แล้วจัดแจงเตรียมที่นอนไว้ให้พร้อม และเผื่อไว้กันฝนตกด้วย ด้านบนเราจะมีจุดหลัก ๆ ที่จะไปชมพระอาทิตย์ตก 2 จุด คือ ภูกา และ แม่ย่า เจ้าหน้าที่แนะนำให้เราเดินไปเที่ยวที่ ภูกาก่อน เพราะมีระยะทางไกลกว่าจากที่พักเดินไปประมาณ 2 กิโลเมตร แล้วค่อยเดินมารอพระอาทิตย์ตกที่ แม่ย่า 990 เมตรจากที่พัก แล้วจึงเดินกลับมาที่พัก

ส่วนตอนเช้าก็เดินไปชมพระอาทิตย์ขึ้นที่ ผานารายณ์ 400 เมตร

ที่พักมีจุดให้ล้างจานด้วย ห้องน้ำ ห้องอาบน้ำมีให้เพียงพอ ส่วนวันที่ไปอากาศค่อยข้างร้อน อบ ชื้น ก็เลยเดินขึ้นมาเหนื่อยมากหน่อย ลูกหาบบอกว่าถ้าไม่ร้อนอบขนาดนี้ป่านนี้เขาเดินถึงข้างบนแล้ว ^^”

ลมมีบ้างแต่มาถึงเราบ้างไม่ถึงเราบ้าง เพราะป่ามีต้นไม้เยอะจริง ๆ สดชื่นมากตอนที่มาถึง Camp เพราะลมแรงมาก ๆ และอากาศเย็นสบาย

เมื่อเตรียม Camp เรียบร้อย พร้อมแล้วก็ออกเดินทางต่อค่ะ สบายหน่อยที่ไม่ต้องแบกกระเป๋าแล้ว พกแต่อุปกรณ์ถ่ายภาพไป ตลอดเส้นทางมีความสวยงาม อากาศเย็นสบาย ลมแรง ระหว่างทางเราก็ได้พบกับเจ้าเป็ปซี่ เดินทางมาด้วย แต่อินดี้มาก ไม่ตามติดใครเป็นพิเศษเรียกได้ ไม่เห่า ไม่กัด และไม่สนใจ 555

เขาหลวงสุโขทัย-เขาหลวง-สุโขทัย-เดินป่า-เดินป่าหน้าฝน
ระหว่างทางเดินไป “ภูกา” วิวสวยงามมาก ๆ

มีหมอกพัดผ่านมาบ้าง แม้ว่าวันนี้มีฝนลงแต่หยดน้ำ ยังไม่ทันเปียกเลย อากาศจึงร้อนอบตอนเดินขึ้นมา แต่บนยอดนี่เดินสบายมาก มองไปมุมไหนก็สวย เดินขึ้น เดินลง เพลิน ๆ ตามป้ายไป ภูกา สวนกันกับนักท่องเที่ยวคนอื่น เขาบอกว่าสวยมาก เดินไปไม่นานก็ถึง ยอดภูกา … ว้าว ว้าว

เขาหลวงสุโขทัย-เขาหลวง-สุโขทัย-เดินป่า-เดินป่าหน้าฝน
ยอดภูกา เขาหลวงสุโขทัย

ริมผาสวยมาก ๆ ลมพัดเย็นสบาย เราเดินมาถึงที่นี่กันประมาณ 16.30 น. นั่งเล่น ถ่ายรูปกันไปสักพัก เราก็ได้พบกับหมอกที่โดนลมพัดขึ้นมาจากป่าด้านล่าง ขาวเต็มไปหมด อากาศหนาวเย็น โชคดีที่นิกเอาเสื้อกันลมมาด้วย แต่ถ้าใครไม่ได้พกมา ให้หันไปดูมุมที่ใบไม้ไม่ไหวติงแล้วไปยืนตรงจุดนั้นได้ค่ะ มันหนาวจริง ๆ

แล้วเดินต่อไปที่ยอด แม่ย่า พระอาทิตย์ไม่ตกให้เห็น แต่ก็ให้บรรยากาศยามเย็นที่สวยงาม เราได้เดินกลับก่อนฟ้าจะมืด เพื่อไปทำอาหารเย็นทานกัน โชคดีที่ลมไม่แรงเหมือนตอนบ่ายแล้ว หลังจากทานข้าวเย็นเราก็แยกย้ายกันไปอาบน้ำ พร้อมกับหลบหนาวที่เปลใครเปลมัน อ่อ.. ลืมบอกไป นิกนอนเปลค่ะ ไม่ได้นอนเต๊นท์เหมือนคนอื่น ๆ เค้า แต่เพื่อนอีก 2 คนก็นอนเต๊นท์ค่ะ

เขาหลวงสุโขทัย-เขาหลวง-สุโขทัย-เดินป่า-เดินป่าหน้าฝน
พระอาทิตย์ผิดนัด หมอกยามเช้าก่อน 7 โมง ยังไม่มากนัก

เช้าตื่นขึ้นมาไม่อยากลุกเลย หลับไม่สนิทเท่าไหร่ เพราะมันหนาวจริง ๆ ยิ่งตอนลมพัดเข้ามาทีนึงก็เหมือนปลุกนิกทุกรอบ โชคดีที่นิกมีแผ่นรองนอน มีผ้าคลุม แต่ไม่มีถุงนอน นอนไปก็คิดถึงถุงนอนไป ใครมาที่นี่ก็พกมาด้วยนะคะ จะได้หลับสบายทั้งคืน

เสียงเรียกจากเพื่อน ปลุกให้ลุกจากเปล “ไปมั้ย” อืม.. ไป ๆ ตอบไปทั้งที่ยังไม่อยากลุกเลยสักนิด เป็นการบังคับตัวเองให้ลุกจากที่นอน ถ้าไม่อย่างงั้นสงสัยจะกลิ้งต่อยาวแน่ ๆ และคงเสียดายมาก เพราะถึงพระอาทิตย์จะไม่มาตามนัด แต่หมอกก็ยังมาหนาแน่นในช่วงสาย สวยสมใจเลย

เขาหลวงสุโขทัย-เขาหลวง-สุโขทัย-เดินป่า-เดินป่าหน้าฝน
ประมาณ 7.30 น. หมอกก็มากันเต็มจนมองไม่เห็นด้านล่างเลยทีเดียว

หลังจากชื่นชมจนเกือบเป็นกลุ่มสุดท้าย เราก็กลับลงที่ Camp และทำข้าวเช้ากินกัน พร้อมกับเก็บข้าวของ แอบแวะไปอาบน้ำมาอีกรอบ อากาศเย็นสบาย น้ำเย็น ๆ มันช่างสดชื่นจริง ๆ เริ่มออกเดินทางลง 10.25 น. ขาลงคงจะถึงเร็ว แน่นอนว่ายังคงเจอนักวิ่งมาซ้อมวิ่งเทรลอยู่เรื่อย ๆ

แวะถ่ายภาพกับไทรงามขากลับด้วย เพราะตอนเช้ายังมีหมอก ยิ่งสวยงามสุด ๆ นิกเริ่มแซงนักท่องเที่ยวคนอื่น ๆ ที่ไม่ถนัดก้าวลงสักเท่าไหร่ แต่สำหรับนิก นิกว่าทางดีมาก ๆ ลาดชันยังไง พื้นก็แน่นหนาดีไม่มีหินลอยให้ลื่นเท่าไหร่ ดินเป็นดินเหนียว ซึ่งคาดว่าถ้าฝนลงคงจะลื่นกว่าพื้นดินแห้ง ๆ แน่นอน ลงมาได้จนถึงกลางทางมีวี่แววว่าฝนจะตก นิกยังคงลงเรื่อย ๆ อย่างต่อเนื่อง แวะพักที่จุดชมวิว ถ่ายรูปพอหายเหนื่อย ก็ลงต่อไป จนถึงต้นไม้ใหญ่ที่พักตอนขาขึ้นจุดแรก ฝนก็ลงจริงจังมากขึ้น แต่อยู่ใต้ต้นไม้เลยไม่ค่อยโดนฝนสักเท่าไหร่ เดินไปสักพักฝนก็หยุดไปตอนไหนไม่รู้ และก็มาถึงด้านล่างตอน 12.35 น. ใช้เวลาไป 2.10 ชั่วโมง คาดว่าถ้าลงรีบ ๆ เร็ว ๆ แบบนักวิ่งอาจจะใช้เวลาไม่ถึงชั่วโมง

อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย-บ้านเมืองเก่า
ปั่นจักรยานเที่ยว อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย กันค่า

หลังจากอาบน้ำกันเสร็จเรียบร้อย เราไปแวะเที่ยวกันต่อที่ อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย หรือที่ชาวบ้านเรียกกันว่า “บ้านเมืองเก่า” ที่นี่กว้างขวางมาก บรรยากาศดีร่มรื่น เหมาะกับการปั่นจักรยาน คนไทยเสียค่าเข้า 20 บาท ค่าเอาจักรยานเข้าคันละ 10 บาท ค่าเช่าอีก 30 บาท รวมเป็น 60 บาท หรือใครจะเดินถ่ายรูปแต่เฉพาะด้านหน้าจุดไฮไลท์อย่างเดียวก็ได้ค่ะ เสียแต่ค่าเข้า 20 บาท

สรุปทริปนี้ 4 คน หารกันแล้วตกคนละ 1,000 บาท
เป็นค่าน้ำมันประมาณ 1,500 บาท
ที่เหลือเป็นค่าอาหาร ค่ากางเต๊นท์ ค่าทางด่วน และ ค่าเข้าสถานที่ ได้ภาพความประทับใจมากมาย แถมได้รอยยิ้มกลับมาบ้านด้วยค่า

จบทริป เขาหลวงสุโขทัย เดินทางกลับโดยสวัสดิภาพ ใครที่ยังไม่เคยไป แนะนำเลยค่ะ ควรค่าแก่การเดินทาง มือใหม่อยากลองเดินเขาชัน ๆ หรือมือเก่าอยากออกทริปชิล ๆ ขึ้นไปแล้วได้รับอากาศบริสุทธิ์เป็นรางวัลดี ๆ แถมเย็นสบาย มาแล้วจะติดใจค่ะ แล้วพบกันใหม่ค่า ทริปหน้าไปพักที่ไหนกันต่อดีน้า =^-^=

Leave a Reply