เที่ยว ภูศาลา ฮาลาบาลา ครั้งที่ 3 สนุกทุกครั้งที่ได้มา

เที่ยว ภูศาลา ฮาลาบาลา ครั้งที่ 3 สนุกทุกครั้งที่ได้มา

เครื่องออกบินจากดอนเมืองตั้งแต่ 6 โมงเช้า บินมุ่งหน้าไปยังหาดใหญ่ นั่งรออีกกลุ่มบินมาจากสุวรรณภูมิ ในเวลาไล่เลี่ยกัน จากนั้นเราเช่ารถกะบะ
และมีคนพื้นที่ที่เรารู้จักกันดี พี่หรั่ง ภูเขาทอง ขับรถมารับจาก อ. ภูเขาทอง เป็นไกด์กิติมาศักดิ์ที่พาเราไปเที่ยว ภูศาลา ฮาลาบาลา ทุกครั้งที่พวกเรามา 🙂

แวะทานอาหารเช้าในเมืองหาดใหญ่ แน่นอนว่าเราไม่พลาดบักกุดเต๋ ของขึ้นชื่อ รสชาติต้นตำหรับที่ร้านคอหนังเป็นอาหารเช้า พร้อมกันติ่มซำและอื่น ๆ อีกมากมาย
ได้เจอเจ้าบ้านพี่สินมาต้อนรับแถมซื้อเกาลัดอร่อย ๆ ติดมือมาฝากอีก ง่ำ ๆ มีเพื่อนพี่น้องทุกจังหวัดมันจะดีต่อใจอย่างนี้นี่เอง

ภูศาลา-ฮาลาบาลา-นราธิวาส-Thailand
แพไม้ไผ่ ณ ลานเฟิร์น

จากนั้นเราต้องจากลาพี่สินและครอบครัวแล้วเริ่มเดินทางกันต่อมุ่งหน้าสู่นราธิวาส อีก 3 ชั่วโมงกว่าจะถึงที่หมาย แต่ก็ยังไม่วายแวะ กรือเซะ
มัสยิดเก่าแก่อายุกว่า 200 ปีซึ่งอยู่ระหว่างทางผ่านในจังหวัดปัตตานี หลังจากหลับไปสักครู่เราก็ใกล้ถึงที่หมายกันแล้ว
โดยในทริปนี้เรามีจุดมุ่งหมายที่จะมาสร้างฝายที่เหมืองโต๊ะโม๊ะ ฝนก็ตก
กว่าจะมาถึงที่หมู่บ้านโต๊ะโม๊ะก็เกือบเย็นค่ำซะแล้ว

คืนนี้เราจะไปนอนกันที่ “ลานเฟิร์น” ซึ่งแน่นอนว่าพี่หรั่งบอกว่าเราต้องถ่อแพไม้ไผ่ข้ามจากลานเฟิร์นไปนอนที่ลานแทร็กเตอร์ กัน
ซึ่งพอถ่อแพไปแล้วนั้น ต่างก็ติดว่าจะถึงที่นอนเลย แต่เราต้องเดินขึ้นไป เดินขึ้นไป และเดินขึ้นไป ไหนละเนี่ย ลานที่ว่าเนี่ย ด้วยความมืดและหาลานแทร็กเตอร์ไม่เจอ
จึงตัดสินใจกลับไปนอนที่ลานเฟิร์นดีกว่า
ใช่ค่ะ ถ่อแพกลับสิจ๊ะ .. มาเล่นน้ำอาบน้ำกันบนแพไม้ไผ่ สดชื่น ๆ ก่อนนอน

ภูศาลา-ฮาลาบาลา-นราธิวาส-Thailand

ตื่นเช้ามา.. โอ้โห.. มีทะเลหมอกไกล ๆ กับอากาศสดชื่น ๆ มาปลุกเรา ฟินสุด ๆ จากนั้นเราก็ไปทำภารกิจที่ตั้งใจนั่นคือ สร้างฝายชะลอน้ำ  ร่วมกับชาวบ้านหลาย ๆ ภาคส่วน
ที่ ต้นน้ำสายบุรี หน้าเหมืองทองโต๊ะโม๊ะ
จากเดิมที่น้ำแค่ข้อเท้า กลายเป็นน้ำสูงท่วมเข่า
เด็ก ๆ กระโดดน้ำกันตูม ๆ สนุกสนาน และมีชีวิตชีวามากมาย
กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวอีกแห่งของชาวบ้านไปเลย หาชมได้จากรายการ อนุวัตจัดให้ ได้นะคะ
พี่หนุ่มอนุวัตมาทริปนี้กับเราด้วยจ๊ะ

ภูศาลา-ฮาลาบาลา-นราธิวาส-Thailand
สร้างฝายชะลอน้ำ หน้าเหมืองทองโต๊ะโม๊ะ
ภูศาลา-ฮาลาบาลา-นราธิวาส-Thailand
นั่งท้ายกะบะตากฝน ขำๆ

หลังจากเสร็จสิ้นภาระกิจเราเจอฝนตกตลอดทาง ไม่เป็นไร ถือว่าอาบน้ำระหว่างทางไปในตัว เราเก็บข้าวของเตรียมตัวเดินป่าเดินขึ้นไปนอนบนผาสน
เพื่อตอนเช้าจะได้ตื่นมาโรยตัวผาสนกัน ที่นี่มีความสูงถึงประมาณ 100 เมตร
ในครั้งที่แล้วเรามาโรยตัวกันแล้วด้วยเชือกที่ไม่พอทำให้ต้องมีการกระโจนไปโรยตัวต่อที่ต้นไม้ข้างเคียง สนุกตื่นเต้นมาก ๆ โชคดีที่มีเชือกอีกเส้นหนึ่งไปด้วย
แต่ครั้งนี้ทราบกันแล้วว่าความสูงที่ผานี้จริง ๆ เท่าไหร่ ทำให้เราเตรียมเชือกมาได้ยาวพอและ
โรยตัวลงมาถึงพื้นด้านล่างอย่างสบาย ๆ

หลังจากสนุกสนานกันพอสมควรก็ถึงเวลาที่ต้องเดินขึ้นอย่างหอบ เพราะทางชันและชัน
ก็โรยตัวลงมาตั้ง 100 เมตร เดินกลับขึ้นไปก็ต้องประมาณ 100 เมตรเลยค่ะ
เราเดินไปโผล่จุดที่ใกล้ถึงแค้มป์ พักเหนื่อยไปได้หน่อย ก็มีเสียงชวนให้ไปดู ต้นลีแป
ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของป่าทางใต้นี้
อยู่ไม่ไกลนักก็เลยตัดสินใจไป โอ้ว… ใบไม้อะไรสูงท่วมหัวเราขนาดนี้
ตอนแรกคิดว่าต้นเล็ก ๆ มันโตกว่าเราเท่าตัว ใครมาแล้วอย่าลืมมาถ่ายรูปกันนะคะ

ภูศาลา-ฮาลาบาลา-นราธิวาส-Thailand
โรยตัวสูง 100 เมตร ขอถ่ายคนด้านล่างบ้าง

เกือบลืมเล่าไปว่ามีพี่สองคนคือพี่เสกกับพี่นุไม่นอนค้างที่ผาสน
ต้องการเดินมาส่ง แล้วก็เดินกลับ
เพราะตอนเช้ามีงานที่นคร ฯ แต่กว่าจะเริ่มเดินกลับก็ 3-4 ทุ่มแล้ว
ไปถึงข้างล่างตอนตีห้าได้ หลง!!
จะด้วยความเก๋าหรืออะไรที่มองไม่เห็นก็แล้วแต่ ที่ทำให้พี่ทั้งสองคนออกจากป่าได้
ก็ถือว่าโชคดีมากที่ออกมาอย่างปลอดภัย

หมดวันนี้กว่าเราจะออกมากันก็บ่ายกว่าอาบน้ำแต่งตัว ทานข้าวมื้อกลางวันกันที่หมู่บ้านได้ทานอาหารท้องถิ่นด้วย จากนั้นก็เริ่มเก็บกระเป๋าอีกแล้ว
สำหรับคืนนี้เราไปนอนกันที่ ภูศาลา จากหมู่บ้านมองขึ้นไปบนเขาก็เห็นยอดเขาแล้วค่ะ
แถมยังเห็นหมอกบังยอดเขาอยู่เป็นระยะ ๆ
โดยพื้นที่นี้เป็นที่ของวัดโต๊ะโมะ เคยสร้างเป็นศาลาของวัด อยู่บนภู จึงเรียก ภูศาลา

ภูศาลา-ฮาลาบาลา-นราธิวาส-Thailand
ภูศาลาตอนเที่ยงคืน
ภูศาลา-ฮาลาบาลา-นราธิวาส-Thailand
ภูศาลา ตอนพระอาทิตย์กำลังขึ้น
ภูศาลา-ฮาลาบาลา-นราธิวาส-Thailand
ภูศาลาตอนเช้า

เดินมาไม่ไกลเลยก็ถึงแล้ว จากนั้นก็หาที่ผูกเปลนอนกันตามอัธยาศัย
เขาบอกว่าให้รีบ ๆ นอน
พรุ่งนี้เช้าตื่นมาเราจะได้เห็นทะเลหมอกจากที่นอนเลย
แต่เชื่อไหมคะว่าจริง ๆ แล้วตอนกลางคืนนี่แหล่ะ ทะเลหมอกมารอเราแล้ว
ยังไม่ทันนอนกันเลย แค่ออกมาเดินเล่น
ปรับสายตาหน่อย เราก็มองเห็นทะเลหมอกได้ตลอดทั้งคืน จนเช้า จนสาย
ทะเลหมอกก็ยังไม่จากเราไปไหน แทบไม่อยากจากที่นี่ไปเลย
มันเยอะมันแยะซะจนไม่อยากจะเชื่อ ว่าเราเดินจากหมู่บ้านขึ้นมาที่นี่แค่ 1 ชั่วโมงเท่านั้น
จริง ๆ ค่ะ 1 ชั่วโมงเท่านั้น
ใครที่มาที่นราธิวาส ต้องมาค้างที่นี่สักคืนนะคะ ห้ามพลาดค่ะ

เสร็จจากเช้านี้เราก็ต้องเตรียมตัวบอกลาที่นี่กันแล้ว
แต่น้องตูนบ่น ๆ บอกว่ายังไม่ได้เห็นนกเงือกเลย ก็เวลาแว๊ปปป ไปในป่ากัน
เพื่อไปนั่งเฝ้านกเงือก โดยที่เราได้เห็นพี่ ๆ ตากล้องจากอีกกลุ่มมาส่องถ่ายภาพนกเงือก
ซึ่งได้บอกว่า นกเงือกมาหลายตัวแล้ว
กล้องเลนส์ซูมยาว ๆ จับภาพได้เพียบ เห็นภาพแล้วต้องร้อง ว้าว!!
เราก็เลยหามุมนั่งมองบ้าง เพราะนกเงือกก็มักจะมาที่จุดเดิม ๆ อันนี้ต้องถามคนท้องที่นะคะ
ว่าเป็นจุดไหนบ้าง แล้วเราก็ได้นกเงือกหัวแรดมาค่ะ 1 ตัว
สักพักก็มีมาอีก 1 ตัว
แถมขากลับขณะรถกำลังแล่นผ่านกลับเข้าหมู่บ้านโต๊ะโม๊ะ
ยังได้เห็นนกเงือกบินผ่านหัวไปอีก 2 ตัวด้วยค่ะ
เชื่อแล้วหล่ะ ว่าที่ป่าฮาลาบาลานี้มีนกเงือกเยอะจริง ๆ

ได้เวลากลับสนามบินหาดใหญ่แล้วค่ะ ไปก่อนนะคะ เดี๋ยวจะตกเครื่องเอา บ๊ายบาย

ถูกใจ รีบแชร์วนไป @^-^@
Nickey mouse นิกกี้ เม้าท์ (:3

Post by NY

Leave a Reply